ข่าวประชาสัมพันธ์

ไวรัสโคโรนาคืออะไร

ไวรัสโคโรนาเป็นไวรัสที่จัดอยู่ในวงศ์ใหญ่ที่สุดในบรรดาไวรัสที่พบในทั้งสัตว์และคน ไวรัสโคโรนายังเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเจ็บป่วยต่าง ๆ ตั้งแต่โรคหวัดธรรมดาจนถึงโรคที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วยอย่างรุนแรง เช่น โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS) และ โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง (SARS)

เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 มีระยะฟักตัวนานเพียงใด

ระยะฟักตัวหมายถึงระยะเวลาที่มีการติดเชื้อจนถึงระยะที่เริ่มมีการแสดงอาการของโรค ปัจจุบันคาดว่าระยะฟักตัวของโรคใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 14 วัน โดยค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 วัน ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะมีการปรับปรุงอีกครั้ง
เราจะสามารถติดเชื้อโควิด 19 จากผู้ป่วยที่ไม่มีอาการได้หรือไม่

เนื่องจากโรคนี้แพร่ทางฝอยละอองจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยเมื่อผู้ป่วยไอหรือจาม ความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด 19 จากผู้ที่ไม่มีอาการเลยจึงต่ำ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโควิด 19 จำนวนมากมีอาการเพียงเล็กน้อยโดยเฉพาะในระยะเริ่มแรก ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่เราจะติดเชื้อจากผู้ป่วยที่ไอไม่มากหรือรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย

เรามีแนวโน้มจะติดโควิด 19 มากน้อยแค่ไหน
ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับว่าท่านอยู่ที่ไหน และยิ่งไปกว่านั้น เป็นพื้นที่ระบาดต่อเนื่องหรือไม่ สำหรับคนส่วนมากในพื้นที่ส่วนใหญ่ ความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด 19 ยังถือว่าต่ำ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีหลายพื้นที่ในโลก (เมืองหรือพื้นที่)ที่โรคกำลังแพร่กระจายอยู่ ดังนั้นสำหรับคนที่อยู่อาศัยในเมืองหรือพื้นที่นั้นๆและคนที่ไปยังเมืองหรือพื้นที่นั้นๆความเสี่ยงของการติดเชื้อย่อมมีสูงกว่า ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงทำงานกันอย่างแข็งขันในเมื่อมีเคสผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ปรากฎขึ้น ท่านควรจะปฏิบัติตามข้อจำกัดของท้องถิ่นนั้นๆในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การเคลื่อนย้ายของผู้คนและการรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก การให้ความร่วมมือกับมาตรการควบคุมโรคจะทำให้ความเสี่ยงในการติดเชื้อของท่านลดลง

เราสามารถติดเชื้อโควิด 19 จากอุจจาระของผู้ป่วยได้หรือไม่
ความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด 19 จากอุจจาระนั้นค่อนข้างต่ำ แม้มีงานศึกษาวิจัยในเบื้องต้นที่ระบุว่าอาจมีการพบไวรัสชนิดนี้ในอุจจาระได้ในบางกรณี แต่การแพร่ระบาดผ่านทางอุจจาระยังไม่ใช่สาเหตุหลักของการแพร่เชื้อ

องค์การอนามัยโลกกำลังทำการศีกษาวิจัยเรื่องการแพร่เชื้อและจะได้มาเผยแพร่ข้อค้นพบในลำดับต่อไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการแพร่เชื้อทางอุจจาระถือเป็นความเสี่ยง เราจึงควรล้างมือบ่อยๆโดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำและก่อนรับประทานอาหาร

โควิด 19 เหมือนโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง (SARS) หรือไม่

ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 นี้ไม่ใช่ไวรัสชนิดเดียวกันกับไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงหรือ SARS ถึงแม้ไวรัสทั้งสองชนิดนี้มาจากวงศ์เดียวกันแต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกัน

โรคโควิด 19 แพร่ระบาดได้อย่างไร

โรคนี้สามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งผ่านทางฝอยละอองจากจมูกหรือปากของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยไอ จามหรือหายใจ ฝอยละอองเหล่านี้จะตกลงสู่วัตถุหรือพื้นผิวรอบๆ จากนั้นเรารับเชื้อได้ด้วยการสัมผัสพื้นผิวหรือวัตถุเหล่านั้นแล้วมาจับตา จมูกหรือปากของเราเอง เรายังสามารถรับเชื้อโดยตรงได้จากการหายใจเอาฝอยละอองของผู้ป่วยเข้าไปเมื่อผู้ป่วย ไอ จาม หรือหายใจออก เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะรักษาระยะห่างจากผู้ป่วยอย่างน้อย 1 เมตร หรือ 3 ฟุต

การสวมใส่ ใช้งาน ถอดและทิ้งหน้ากากอนามัย

พึงระลึกเสมอว่า ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัยคือบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ดูแลผู้ป่วยและผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจเช่น ไข้และไอ
-ก่อนจับหน้ากาก ทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือล้างมือด้วยน้ำและสบู่
-สำรวจดูว่าหน้ากากมีรอยฉีกขาดหรือรูหรือไม่
-ด้านที่ควรอยู่บนคือด้านที่มีลวดโลหะ
-ดูให้แน่ใจว่าด้านที่ควรหันออกข้างนอกคือด้านที่มีสี
-จัดตำแหน่งของหน้ากากโดยบีบส่วนที่เป็นลวดโลหะให้โค้งเข้ากับดั้งจมูก
-ดึงส่วนล่างของหน้ากากลงให้ปิดทั้งปากและคางด้วย
-หลังจากใช้งานแล้ว ดึงสายรัดออกจากหูทั้งสองข้างโดยไม่ให้หน้ากากสัมผัสหน้าและเสื้อผ้า และเลี่ยงการสัมผัสหน้ากากที่ปนเปื้อนเชื้อโรค
ทิ้งหน้ากากลงในถังขยะที่มีฝาปิด
-หลังจากสัมผัสหน้ากากและทิ้งหน้ากาก รักษาสุขอนามัยของมือด้วยการใช้เจลแอลกอฮอล์หรือล้างมือด้วยน้ำและสบู่
-หลังจากสัมผัสหน้ากากและทิ้งหน้ากาก รักษาสุขอนามัยของมือด้วยการใช้เจลแอลกอฮอล์หรือล้างมือด้วยน้ำและสบู่

ขณะนี้มีวัคซีน ยาหรือการรักษาโควิด 19 โดยเฉพาะหรือไม่

ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสเพื่อรักษาโควิด 19โดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวควรจะได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาและรักษาอาการต่างๆ และผู้ที่มีอาการรุนแรงควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยส่วนมากหายป่วยได้โดยการรักษาตามอาการ
วัคซีนป้องกันโรคและยารักษากำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาและทดลองทางคลินิก องค์การอนามัยโลกอยู่ระหว่างการประสานความพยายามต่างๆที่จะพัฒนาวัคซีนป้องกันและยารักษาโควิด 19 นี้
วิธีที่ได้ผลที่สุดที่จะป้องกันท่านและผู้อื่นจากโควิด 19 คือการล้างมือบ่อยๆ ปิดปากและจมูกด้วยกระดาษทิชชูหรือข้อศอกเมื่อไอหรือจาม และการรักษาระห่างอย่างน้อย 1 เมตรหรือ 3 ฟุตจากผู้ที่ไอหรือจาม (ดูข้อมูลจาก มาตรการป้องกันตัวจากโควิด 19)

ท่านควรป้องกันตัวเองอย่างไร
ติดตามเฝ้าระวังข้อมูลการระบาดล่าสุดอย่างใกล้ชิด ซึ่งสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก และดูแลสุขภาพตนเองดังนี้
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ถึงแม้มือจะไม่มีคราบสกปรกก็ตาม เนื่องจาก การล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือการใช้เจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั้น สามารถกำจัดไวรัสที่อาจจะตกค้างอยู่ที่มือของท่านได้
- รักษาระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตร หรือ 3 ฟุต โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไอ จาม หรือมีไข้ เนื่องจาก ขณะที่ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 การไอ หรือจาม จะทำให้มีเชื้อไวรัสติดออกมากับละอองที่เกิดจากการไอหรือจาม หากท่านอยู่ใกล้คนเหล่านี้มากเกินไป ท่านอาจจะหายใจเอาไวรัสเหล่านั้นเข้าไป
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา จมูกและปาก เนื่องจาก การสัมผัสอวัยวะเหล่านี้อาจจะทำให้มีการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส หากท่านเอามือสัมผัสกับตา จมูกและปาก จะทำให้ไวรัสเข้าสู่ตัวท่านได้

ท่านและคนรอบตัวท่านควรมีสุขอนามัยที่ดีเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ปิดปากและจมูกทุกครั้งเมื่อไอหรือจามด้วยกระดาษทิชชูหรือ ข้อศอก จากนั้นทิ้งกระดาษทิชชูทันที

เพราะอะไรจึงควรทำเช่นนี้

เพราะฝอยละอองจะทำให้ไวรัสแพร่กระจาย หากท่านมีสุขอนามัยที่ดีก็จะช่วยปกป้องคนรอบตัวจากไวรัสอื่นๆได้ด้วย อาทิ ไวรัส ที่ทำให้เกิดโรค หวัด ไข้หวัด และโควิด 19

อยู่บ้านหากรู้สึกไม่สบาย หากมีไข้ ไอและหายใจลำบากควรไปพบแพทย์โดยโทรไปแจ้งล่วงหน้า ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

เพราะอะไรจึงควรทำเช่นนี้ เพราะหน่วยงานของรัฐและท้องถิ่นมีข้อมูลของสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ของท่าน การโทรไปแจ้งล่วงหน้าจะทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถแนะนำท่านให้ไปยังหน่วยบริการทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันตัวท่านเองและป้องการการแพร่กระจายของไวรัสและเชื้อโรคอื่นๆด้วย

ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโดยเฉพาะจุดอันตรายต่างๆที่มีการระบาดอย่างแพร่หลาย เช่น เมืองหรือพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะหากท่านเป็นผู้สูงวัยที่มีภาวะเบาหวาน โรคหัวใจหรือโรคปอด

เพราะอะไรจึงควรทำเช่นนี้ เพราะท่านมีโอกาสสูงกว่าที่จะติดเชื้อจากพื้นที่เหล่านี้

มาตรการป้องกันสำหรับผู้ที่อยู่ในเขตแพร่ระบาด หรือผู้ที่เพิ่งเดินทางมากจากพื้นที่ที่มีการระบาด

ปฏิบัติตามแนวทางในข้างต้น (มาตรการป้องกันสำหรับทุกคน)
แยกกักกันตัวเองโดยการอยู่ที่บ้านหากเริ่มรู้สึกว่าไม่สบายถึงแม้อาการจะไม่หนัก เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ (37.5 หรือมากกว่า) และน้ำมูกไหล จนกว่าจะหายดี หากจำเป็นที่จะต้องมีคนมาส่งของกินของใช้ให้หรือต้องออกไปหาซื้ออาหาร ใส่หน้ากากเพื่อป้องกันการนำเชื้อไปแพร่ให้ผู้อื่น
เพราะอะไรจึงควรทำเช่นนี้

เพราะการเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่นและเลี่ยงการไปสถานพยาบาลจะทำให้สถานพยาบาลสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการป้องกันตัวท่านเองและผู้อื่นจากไวรัสโควิด 19และเชื้อโรคอื่นๆด้วย

หากท่านมีไข้ ไอและหายใจลำบาก ให้ขอคำแนะนำทางการแพทย์ทันทีเนื่องจากอาจเป็นข้อบ่งชี้ของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจหรืออาการอื่นที่รุนแรง โทรไปแจ้งล่วงหน้าให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถแนะนำท่านให้ไปยังหน่วยบริการทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันตัวท่านเองและป้องการการแพร่กระจายของไวรัสและเชื้อโรคอื่นๆด้วย

ท่านควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือไม่

การสวมหน้ากากสามารถช่วยจำกัดการแพร่กระจายเชื้อที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจได้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้หน้ากากอนามัยอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะยับยั้งการติดเชื้อได้ ดังนั้นท่านจึงควรมีมาตรการในป้องกันอื่นร่วมด้วย เช่น การล้างมือและสุขอนามัยทางเดินหายใจที่ดี รวมทั้งหลีกเลี่ยงการคลุกคลี และรักษาระยะห่างระหว่างท่านกับผู้อื่น อย่างน้อย 1 เมตร หรือ 3 ฟุต

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์อย่างเหมาะสมเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการทิ้งขยะที่ไม่จำเป็นและการใช้หน้ากากอนามัยผิดวัตถุประสงค์ ดังนั้นท่านควรใช้หน้ากากอนามัยเมื่อท่านมีอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเท่านั้น เช่น ไอ หรือจาม รวมทั้งสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่มีอาการไม่รุนแรง หรือเมื่อท่านต้องดูแลกลุ่มผู้สงสัยว่าติดเชื้อดังกล่าว

ผู้ใดบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยที่รุนแรง

ขณะที่เรายังคงศึกษาอย่างต่อเนื่องว่าโควิด 19 มีผลกระทบต่อคนอย่างไรบ้าง เราได้เรียนรู้ว่า ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว (ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคปอด โรคมะเร็งและโรคเบาหวาน) จะมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงมากกว่าผู้ป่วยอื่นๆ

มีอะไรที่เราไม่ควรทำหรือไม่

รายการต่อไปนี้คือสิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด 19 อีกทั้งยังเป็นอันตรายอีกด้วย

การสูบบุหรี่
การสวมหน้ากากหลายชั้น
การกินยาปฏิชีวนะ
ในกรณีใดก็ตาม หากคุณมีไข้ ไอหรือหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงของการที่อาการจะพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรง และแจ้งประวัติการเดินทางของท่านแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้วย
ยาปฏิชีวนะสามารถป้องกันและรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ 2019 ได้หรือไม่

ยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัสได้ ยาปฏิชีวนะจะได้ผลดีในการรักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรียเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะในการป้องกันและรักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

อาการของโรคโควิค 19 คืออะไร

อาการทั่วไปของโรคโควิค 19 พี่พบมากที่สุดคือ ไข้ เหนื่อยล้าและไอ้แห้งๆ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดเมื่อย คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอและท้องเสียด้วย อาการเหล่านี้มักจะไม่รุนแรงนักและค่อยๆเริ่มมีอาการทีละน้อย บางรายติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการและไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองไม่สบาย ผู้ป่วยส่วนมาก (80%) ของทั้งหมดหายป่วยได้โดยไม่ต้องการการรักษาเป็นพิเศษ ประมาณ 1 ใน 6 ของผู้ติดเชื้อโควิด 19 มีอาการหนักและหายใจลำบาก ผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวเช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน มีแนวโน้มที่จะมีอาการป่วยรุนแรงกว่า

ผู้ที่มีอาการไข้ ไอและหายใจลำบากควรปรึกษาแพทย์
เอกสารแนบท้าย
โดย :https://www.who.int/thailand

| หน้าแรก | สภาพทั่วไป | คณะผู้บริหาร | รับเรื่องร้องทุกข์ | ติดต่อเรา |